สร้างบ้านริมน้ำ ต้องร่นจากลำห้วยกี่เมตร กฎหมายระยะร่นในอีสาน

ระยะห้ามปลูกสร้างริมน้ำตามกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) กำหนดโดยประมาณ 3 เมตรสำหรับแหล่งน้ำกว้างน้อยกว่า 10 เมตร โดยประมาณ 6 เมตรสำหรับแหล่งน้ำกว้างตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป และโดยประมาณ 12 เมตรสำหรับแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กฎนี้บังคับเฉพาะเขตควบคุมอาคารหรือพื้นที่มีผังเมืองรวม ลำน้ำสาธารณะยังอยู่ภายใต้มาตรา 117 พ.ร.บ.เดินเรือฯ ต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่าด้วย

  • แหล่งน้ำกว้างน้อยกว่า 10 เมตร ร่นโดยประมาณ 3 เมตร
  • แหล่งน้ำกว้างตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป ร่นโดยประมาณ 6 เมตร
  • แหล่งน้ำขนาดใหญ่เช่นบึงหรือทะเลสาบ ร่นโดยประมาณ 12 เมตร
  • ลำน้ำสาธารณะต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่าตามมาตรา 117 ก่อนก่อสร้าง

อัปเดตล่าสุด 28 กันยายน 2026

ระยะห้ามปลูกสร้างริมน้ำคืออะไร ทำไมต้องรู้ก่อนสร้างบ้านในอีสาน

ครอบครัวหนึ่งในร้อยเอ็ดมีที่ดินติดลำห้วยหลังบ้าน อยากปลูกบ้านให้หันหน้าเห็นน้ำ วิวสวย ลมเย็น แต่พอยื่นขออนุญาตปลูกสร้างกลับพบว่าตำแหน่งบ้านที่วางแบบไว้ชิดน้ำเกินไป ต้องขยับผังใหม่ทั้งหมด เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับที่ดินริมน้ำในอีสาน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามี “ระยะห้ามปลูกสร้างริมน้ำ” กำหนดไว้ตามกฎหมาย

ระยะห้ามปลูกสร้างริมน้ำ หมายถึงระยะร่นที่ต้องเว้นจากแนวเขตแหล่งน้ำสาธารณะ ก่อนจะเริ่มก่อสร้างตัวอาคารหรือบ้าน กฎหมายกำหนดระยะนี้ไว้เพื่อไม่ให้สิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำ และเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับดูแลรักษาแหล่งน้ำสาธารณะ ลำห้วย คลอง หรือแม่น้ำ ล้วนนับเป็นแหล่งน้ำสาธารณะที่มีกฎเกณฑ์นี้ครอบคลุม

เรื่องนี้สำคัญตั้งแต่ขั้นตอนวางผังบ้าน ไม่ใช่แค่ตอนขออนุญาตก่อสร้าง ถ้าออกแบบบ้านไปแล้วพบทีหลังว่าติดแนวร่น อาจต้องแก้แบบใหม่ทั้งหมด เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย บางกรณีที่สร้างไปแล้วโดยไม่รู้กฎ อาจถูกสั่งให้รื้อหรือขยับสิ่งปลูกสร้างในภายหลัง

กฎกระทรวงฉบับที่ 55 กำหนดระยะร่นจากแหล่งน้ำไว้เท่าไหร่

กฎหมายหลักที่ใช้อ้างอิงเรื่องระยะร่นจากแหล่งน้ำคือ ข้อ 42 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อนี้กำหนดระยะร่นอาคารจากแนวเขตแหล่งน้ำสาธารณะไว้เป็นขั้นตามขนาดของแหล่งน้ำ (อ้างอิงจากกรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักการโยธา กทม., เข้าถึงข้อมูลวันที่ 25 กันยายน 2569)

สำหรับแหล่งน้ำ ลำคลอง หรือลำห้วยสาธารณะที่กว้างน้อยกว่า 10 เมตร ต้องร่นอาคารห่างจากแนวเขตน้ำอย่างน้อยโดยประมาณ 3 เมตร ถ้าแหล่งน้ำกว้างตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป เช่น แม่น้ำหรือคลองใหญ่ ต้องร่นอย่างน้อยโดยประมาณ 6 เมตร ส่วนแหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเลสาบ หรือทะเล ต้องร่นอย่างน้อยโดยประมาณ 12 เมตร (อ้างอิงจากกฎกระทรวงฉบับที่ 55 พ.ศ. 2543)

กฎกระทรวงฉบับนี้มีข้อยกเว้นสำหรับสิ่งปลูกสร้างบางประเภท เช่น สะพาน เขื่อน รั้ว ท่อระบายน้ำ ท่าเทียบเรือ ป้าย เรือนพักเรือ และลานจอดรถ สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องร่นตามระยะเดียวกับตัวอาคารหลัก แต่ตัวบ้านหรืออาคารพักอาศัยยังต้องยึดระยะร่นตามที่กฎหมายกำหนดตามปกติ

พื้นที่ชนบทอีสานที่ไม่มีผังเมืองรวม ระยะห้ามปลูกสร้างริมน้ำยังบังคับใช้ไหม

ข้อควรระวังสำคัญคือ กฎกระทรวงฉบับที่ 55 จะบังคับใช้เฉพาะในพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตควบคุมอาคาร หรือมีผังเมืองรวมที่มีผลบังคับใช้เท่านั้น ตัวเลข 3 เมตร 6 เมตร หรือ 12 เมตร จึงไม่ใช่กฎตายตัวที่ใช้ได้ทุกพื้นที่ในอีสาน

ที่ดินชนบทหลายแปลงในเขตอีสาน โดยเฉพาะนอกตัวเมืองโคราชหรือร้อยเอ็ด ยังไม่ได้ประกาศเป็นเขตควบคุมอาคาร และบางพื้นที่ยังไม่มีผังเมืองรวมชุมชนที่มีผลบังคับ กรณีแบบนี้ระยะร่นจากน้ำจะขึ้นอยู่กับผังเมืองรวมจังหวัดแต่ละพื้นที่โดยประมาณ หรือดุลยพินิจของ อบต. หรือเทศบาลท้องถิ่นแทน

ก่อนวางผังบ้านใกล้ลำห้วยหรือแม่น้ำในพื้นที่ชนบท ควรสอบถาม อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่ก่อนเสมอ ว่าที่ดินแปลงนั้นอยู่ในเขตควบคุมอาคารหรือผังเมืองรวมหรือไม่ และมีข้อกำหนดระยะร่นเฉพาะพื้นที่หรือไม่ การเช็กล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงเรื่องแบบบ้านติดแนวร่นภายหลัง

กรมเจ้าท่ากับการล่วงล้ำลำน้ำ อีกกฎหมายที่ต้องรู้

นอกจากกฎกระทรวงฉบับที่ 55 ยังมีอีกกฎหมายหนึ่งที่ต้องรู้คือ มาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 14 พ.ศ. 2535) กฎหมายนี้ห้ามปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งล่วงล้ำลำน้ำสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า (อ้างอิงจากกรมเจ้าท่า, เข้าถึงข้อมูลวันที่ 25 กันยายน 2569)

จุดสำคัญคือกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะอยู่ในเขตควบคุมอาคารหรือไม่ก็ตาม เคยมีกรณีเจ้าของที่ดินสร้างรั้วชิดคลองสาธารณะเกินไป โดยไม่รู้ว่าต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่าก่อน สุดท้ายถูกแจ้งให้ย้ายแนวรั้วออกจากลำน้ำ

ถ้าสิ่งปลูกสร้างมีส่วนใดล่วงล้ำเข้าไปในลำน้ำสาธารณะ หรืออยู่ในตำแหน่งที่กรมเจ้าท่าถือว่าเป็นการล่วงล้ำ เจ้าของบ้านต้องยื่นแบบคำขอ ท.28 ต่อกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าในพื้นที่ พร้อมแบบก่อสร้างที่รับรองโดยวิศวกร ขั้นตอนนี้ใช้เวลาพิจารณานานโดยประมาณหลายเดือน ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและลักษณะพื้นที่ ควรสอบถามกรอบเวลาที่แน่นอนกับสำนักงานเจ้าท่าในพื้นที่ก่อนวางแผนก่อสร้าง

ตัวอย่างจริงจากพื้นที่โคราช ร้อยเอ็ด เขาใหญ่ ปากช่อง

กรณีครอบครัวในร้อยเอ็ดที่กล่าวถึงตอนต้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจแบบพบว่าตำแหน่งบ้านห่างจากลำห้วยไม่ถึงระยะที่กำหนด ต้องขยับผังบ้านถอยเข้าไปด้านในที่ดิน ทำให้เสียพื้นที่วิวริมน้ำบางส่วน แต่ก็ทำให้ขออนุญาตผ่านได้โดยไม่มีปัญหาภายหลัง

พื้นที่เขาใหญ่และปากช่องเป็นทำเลที่คนนิยมซื้อที่ดินติดลำธารหรือลำห้วยเพื่อสร้างบ้านตากอากาศ ที่ดินลักษณะนี้มักอยู่ในเขตที่มีการควบคุมผังเมืองเข้มงวดกว่าพื้นที่ชนบททั่วไป จึงควรเช็กระยะร่นและข้อกำหนดผังเมืองก่อนซื้อที่ดิน ไม่ใช่หลังจากถมที่หรือวางผังบ้านไปแล้ว

ในเขตโคราชที่มีแม่น้ำหรือคลองสายหลักไหลผ่าน ระยะร่นมักอยู่ในเกณฑ์ 6 เมตรขึ้นไปตามขนาดแหล่งน้ำ และถ้าที่ดินติดริมน้ำที่กรมเจ้าท่าดูแล เจ้าของบ้านอาจต้องขออนุญาตทั้งจากหน่วยงานท้องถิ่นและกรมเจ้าท่าควบคู่กัน ก่อนเริ่มก่อสร้างจริง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนสร้างบ้านใกล้ลำห้วยหรือแม่น้ำ

ก่อนวางผังบ้านใกล้แหล่งน้ำ ควรเริ่มจากตรวจสอบแนวเขตที่ดินให้ชัดเจนก่อน ว่าจุดใดคือแนวเขตแหล่งน้ำสาธารณะจริง แล้วจึงวัดระยะร่นจากแนวนั้น การใช้เจ้าหน้าที่รังวัดหรือช่างสำรวจที่ดินช่วยยืนยันแนวเขตจะแม่นยำกว่าการประมาณด้วยตาเปล่า

ขั้นต่อไปคือสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่ และถ้าที่ดินติดลำน้ำสาธารณะที่กรมเจ้าท่าดูแล ควรสอบถามสำนักงานเจ้าท่าในพื้นที่ไว้ตั้งแต่ต้นด้วย เพื่อให้แบบบ้านที่ออกแบบไว้ไม่ต้องแก้ไขภายหลัง

ทีมงาน OBILIS ที่รับสร้างบ้านในพื้นที่โคราช ร้อยเอ็ด เขาใหญ่ และปากช่อง จะช่วยตรวจสอบแนวระยะร่นและข้อกำหนดผังเมืองของที่ดินแต่ละแปลงตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพื่อให้บ้านที่สร้างเสร็จแล้วไม่มีปัญหาเรื่องแนวร่นย้อนหลัง

ถ้าอยากเห็นตัวเลขของบ้านหลังที่คุณวางแผนไว้จริง ๆ ลองคำนวณราคาบ้านเบื้องต้นดูก่อนได้ หรือติดต่อทีมงานเพื่อขอประเมินจากแบบบ้านและที่ดินจริงของคุณ

เรื่องนี้ทีมงานเจอหน้างานบ่อย ถ้าอยากปรึกษาก่อนตัดสินใจ ดูขอบเขตงานได้ที่หน้ารับสร้างบ้านโคราชและอีสาน

ถ้าที่ดินของคุณอยู่ใกล้ลำห้วยหรือหนองน้ำในอีสาน ดูเรื่องดิน น้ำใต้ดิน และขั้นตอนสร้างบ้านได้ที่หน้า รับสร้างบ้าน ร้อยเอ็ด

คำถามที่พบบ่อย

ระยะห้ามปลูกสร้างริมน้ำในอีสานเท่ากับเท่าไหร่แน่นอน

ในพื้นที่ที่มีเขตควบคุมอาคารหรือผังเมืองรวมบังคับใช้ ระยะร่นอยู่ที่โดยประมาณ 3 เมตรสำหรับแหล่งน้ำกว้างน้อยกว่า 10 เมตร โดยประมาณ 6 เมตรสำหรับแหล่งน้ำกว้างตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป และโดยประมาณ 12 เมตรสำหรับแหล่งน้ำขนาดใหญ่ (อ้างอิงจากกฎกระทรวงฉบับที่ 55 พ.ศ. 2543) แต่ในพื้นที่ที่ไม่มีเขตควบคุมอาคารหรือผังเมืองรวม ตัวเลขนี้อาจไม่บังคับใช้โดยตรง ต้องเช็กกับ อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่อีกครั้ง

ถ้าที่ดินอยู่นอกเขตผังเมือง ต้องร่นระยะจากน้ำไหม

กฎกระทรวงฉบับที่ 55 จะไม่บังคับโดยตรงถ้าพื้นที่นั้นไม่ได้ประกาศเป็นเขตควบคุมอาคารหรือไม่มีผังเมืองรวมที่มีผลบังคับ แต่ควรสอบถาม อบต. หรือเทศบาลก่อนเสมอ เพราะบางพื้นที่อาจมีข้อกำหนดเฉพาะท้องถิ่นเพิ่มเติม และถ้าเป็นลำน้ำสาธารณะ อาจยังต้องขออนุญาตจากกรมเจ้าท่าตามมาตรา 117 อยู่ดี

สร้างรั้วใกล้ลำห้วยสาธารณะต้องขออนุญาตไหม

ถ้ารั้วหรือสิ่งปลูกสร้างมีส่วนล่วงล้ำเข้าไปในลำน้ำสาธารณะ ต้องขออนุญาตจากกรมเจ้าท่าตามมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย โดยยื่นแบบคำขอ ท.28 พร้อมแบบที่รับรองโดยวิศวกร ซึ่งใช้เวลาพิจารณานานโดยประมาณหลายเดือน ถ้ารั้วอยู่ในแนวเขตที่ดินของตัวเองไม่ล่วงล้ำลำน้ำ กรณีนี้มักไม่เข้าข่ายต้องขออนุญาต แต่ควรเช็กแนวเขตให้ชัดก่อนสร้าง

ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

กฎหมายหลักข้อ 42 กฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
ระยะร่นแหล่งน้ำกว้างน้อยกว่า 10 เมตรโดยประมาณ 3 เมตร
ระยะร่นแหล่งน้ำกว้างตั้งแต่ 10 เมตรโดยประมาณ 6 เมตร
ระยะร่นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเลสาบ ทะเลโดยประมาณ 12 เมตร
กฎหมายลำน้ำสาธารณะมาตรา 117 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 ต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่า
ระยะเวลาขออนุญาตสิ่งล่วงล้ำลำน้ำใช้เวลาพิจารณาโดยประมาณหลายเดือน ยื่นด้วยแบบ ท.28

คำถามที่พบบ่อย

ระยะห้ามปลูกสร้างริมน้ำบังคับใช้ทุกพื้นที่ในอีสานหรือไม่

ไม่ทุกพื้นที่ กฎกระทรวงฉบับที่ 55 บังคับใช้เฉพาะเขตควบคุมอาคารหรือพื้นที่ที่มีผังเมืองรวมเท่านั้น พื้นที่ชนบทที่ไม่มีผังเมืองรวมต้องสอบถาม อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่แทน

ถ้าที่ดินอยู่นอกเขตผังเมือง ต้องร่นระยะจากน้ำไหม

กฎกระทรวงฉบับที่ 55 จะไม่บังคับโดยตรง แต่ควรสอบถาม อบต. หรือเทศบาลก่อนเสมอ และถ้าเป็นลำน้ำสาธารณะ อาจยังต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่าตามมาตรา 117 อยู่ดี

สร้างรั้วใกล้ลำห้วยสาธารณะต้องขออนุญาตไหม

ถ้ารั้วล่วงล้ำเข้าไปในลำน้ำสาธารณะ ต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่าตามมาตรา 117 โดยยื่นแบบคำขอ ท.28 พร้อมแบบที่รับรองโดยวิศวกร

ขออนุญาตสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจากกรมเจ้าท่าใช้เวลานานแค่ไหน

ใช้เวลาพิจารณานานโดยประมาณหลายเดือน โดยต้องยื่นแบบคำขอ ท.28 พร้อมแบบก่อสร้างที่รับรองโดยวิศวกร ควรสอบถามกรอบเวลากับสำนักงานเจ้าท่าในพื้นที่