ถมที่ดิน ทิ้งไว้นานแค่ไหน ลงเสาเข็ม
ถมที่ดินก่อนสร้างบ้านควรทิ้งไว้ผ่านฤดูฝนอย่างน้อยหนึ่งฤดู หรือประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ถ้าถมเป็นชั้นและบดอัดทุกชั้นอาจสั้นกว่านั้น แต่ถ้าถมสูงเกิน 1.5 เมตรบนดินอ่อน หนึ่งปีอาจยังไม่พอ หากบ้านใช้เสาเข็มถึงชั้นดินแข็งและพื้นชั้นล่างวางบนคาน ลงเสาเข็มได้ไม่กี่สัปดาห์หลังถมเสร็จ ส่วนพื้นรอบบ้าน รั้ว และถนนควรรอให้ดินนิ่งก่อน
- ทิ้งดินถมไว้ผ่านฤดูฝนอย่างน้อยหนึ่งฤดู ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ฝนคือตัวเร่งให้ดินนิ่งที่ดีที่สุด
- ถมเป็นชั้นละ 30 ถึง 50 เซนติเมตรแล้วบดอัดทุกชั้น ยุบน้อยกว่าการเทกองมาก และเริ่มงานได้เร็วกว่า
- ถ้าใช้เสาเข็มถึงชั้นดินแข็ง ตัวบ้านไม่ต้องรอดินถมนิ่ง แต่พื้นลานจอดรถ รั้ว และถนนจะทรุดตามดินถม
- เผื่อดินยุบหลังบดอัด 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และถมให้พ้นระดับน้ำท่วมสูงสุดในอดีตเผื่ออีกเล็กน้อย
ทำไมถมที่ดินก่อนสร้างบ้านแล้วต้องรอ ดินถมยุบตัวได้อย่างไร
การถมที่ดินก่อนสร้างบ้านคือการเอาดินจากที่อื่นมาวางทับบนดินเดิม ดินที่เพิ่งเทลงมาจากรถบรรทุกมีช่องว่างอากาศแทรกอยู่เต็มไปหมด เมื่อโดนฝน โดนน้ำหนักกดทับ และเวลาผ่านไป ช่องว่างเหล่านั้นค่อย ๆ ปิดตัวลง ระดับดินจึงต่ำลงจากวันแรกที่ถมเสร็จ นี่คือสิ่งที่ช่างเรียกว่าดินยุบตัวหรือดินทรุด
ดินเดิมใต้ดินถมก็ยุบได้เช่นกัน เพราะน้ำหนักของดินถมกดลงไปบนชั้นดินเดิมที่บางแปลงเป็นดินเหนียวอ่อนหรือเคยเป็นนา น้ำในดินเดิมถูกบีบออกช้า ๆ ทำให้ระดับดินทั้งแปลงลดลงตามไปอีก ยิ่งถมสูงยิ่งกดมาก และยิ่งใช้เวลานานกว่าจะนิ่ง
คำถามว่าต้องทิ้งไว้นานแค่ไหนจึงไม่มีคำตอบเดียว ที่ดินที่ถมสูงครึ่งเมตรบนดินลูกรังเดิมแน่น กับที่ดินที่ถมสองเมตรบนที่นาเก่า ใช้เวลาต่างกันหลายเท่า สิ่งที่ตอบได้คือหลักการ และวิธีดูว่าที่ดินของคุณอยู่ในกลุ่มไหน
ถมที่ดินแล้วต้องทิ้งไว้นานแค่ไหน ตัวเลขที่ใช้กันจริงในโคราชและร้อยเอ็ด
ในทางปฏิบัติ ช่างและวิศวกรในแถบโคราชกับร้อยเอ็ดมักให้ทิ้งดินถมไว้ผ่านฤดูฝนอย่างน้อยหนึ่งฤดู หรือประมาณหกเดือนถึงหนึ่งปีโดยประมาณ ถ้าถมไม่สูงมากและบดอัดมาดีตั้งแต่ต้น อาจสั้นกว่านั้นได้ แต่ถ้าถมสูงเกินหนึ่งเมตรครึ่งบนดินเดิมที่อ่อน หนึ่งปีก็อาจยังไม่พอ
ฝนคือตัวเร่งที่ดีที่สุด น้ำฝนซึมลงไปช่วยให้เม็ดดินเรียงตัวชิดกัน ที่ดินที่ถมช่วงต้นฤดูแล้งแล้วอยากเริ่มสร้างทันทีก่อนฝนมา จึงเป็นกรณีที่เสี่ยงที่สุด เพราะดินยังไม่เคยเจอน้ำเลยสักครั้ง
วิธีดูง่าย ๆ ว่าดินเริ่มนิ่งหรือยัง คือตอกหลักไม้ไว้หลายจุดตั้งแต่ถมเสร็จ แล้ววัดระดับเทียบกับหมุดอ้างอิงนอกแปลงทุกเดือน ถ้าสองสามเดือนหลังสุดระดับแทบไม่ขยับ แปลว่าใกล้พร้อม ถ้ายังลดลงเรื่อย ๆ ก็รอต่อ ค่าใช้จ่ายวิธีนี้แทบไม่มี แต่ให้ข้อมูลดีกว่าการเดา
บดอัดเป็นชั้นกับเทกอง ต่างกันมากกว่าที่คิด
วิธีถมที่พบบ่อยที่สุดคือรถบรรทุกเทกองแล้วใช้รถแบ็คโฮเกลี่ยให้เรียบ ดินแบบนี้หลวมมาก และเป็นสาเหตุหลักที่ต้องรอนานเป็นปี ส่วนวิธีที่ถูกต้องคือถมเป็นชั้น ชั้นละประมาณสามสิบถึงห้าสิบเซนติเมตร แล้วใช้รถบดอัดทับให้แน่นทีละชั้นก่อนถมชั้นถัดไป
ดินที่บดอัดเป็นชั้นจะยุบตัวน้อยกว่ามากหลังจากนั้น และเริ่มงานได้เร็วกว่า แต่ค่าถมจะสูงขึ้นเพราะมีค่ารถบดและใช้เวลาทำงานนานขึ้น เจ้าของบ้านหลายคนเลือกแบบเทกองเพราะราคาถูกกว่าตอนเสนอราคา แล้วมาเสียเงินซ่อมพื้นทรุดทีหลังมากกว่าส่วนต่างที่ประหยัดไป
ถ้าเลือกวิธีบดอัด ควรระบุในใบเสนอราคาให้ชัดว่าถมเป็นชั้นและบดอัดทุกชั้น ไม่ใช่แค่บดผิวหน้าตอนจบงาน เพราะการบดเฉพาะชั้นบนสุดทำให้ผิวดูแน่น แต่ข้างในยังหลวมเหมือนเดิม และเป็นจุดที่ผู้รับเหมาบางรายใช้ลดต้นทุนโดยที่เจ้าของมองไม่เห็น
ดินดาน ลูกรัง หรือดินถมทั่วไป เลือกดินถมแบบไหนดี
ดินถมที่ขายกันในพื้นที่มีหลายเกรด ดินดานเป็นดินเหนียวปนทรายที่บดอัดแล้วแน่นดี รับน้ำหนักได้ และยุบตัวน้อย เหมาะกับการถมชั้นล่างที่ต้องรับน้ำหนักบ้านและพื้นรอบบ้าน แต่ราคาสูงกว่าและบางพื้นที่หาได้ยาก
ลูกรังเป็นดินที่มีเม็ดกรวดปน ระบายน้ำดี บดอัดแล้วแข็ง นิยมใช้ถมชั้นบนสุดหรือทำถนนเข้าบ้าน แต่ถ้าถมทั้งแปลงด้วยลูกรังล้วนจะปลูกต้นไม้ยากและราคาแพงเกินจำเป็น ส่วนดินถมทั่วไปหรือดินหน้าดินผสมเศษวัสดุ มักถูกที่สุด แต่ยุบตัวมากที่สุดและอาจมีเศษไม้หรือขยะปนมา ซึ่งจะเน่าและทำให้เกิดโพรงในภายหลัง
แนวทางที่ใช้กันคือถมชั้นล่างด้วยดินคุณภาพดีอย่างดินดานหรือดินเหนียวสะอาด ชั้นบนสุดสามสิบเซนติเมตรใช้หน้าดินสำหรับปลูกต้นไม้ และใช้ลูกรังเฉพาะบริเวณถนนกับลานจอดรถ ก่อนรับดินทุกคันควรดูให้แน่ใจว่าไม่มีเศษวัสดุก่อสร้างหรือขยะปนมา เพราะแก้ทีหลังไม่ได้
ลงเสาเข็มแล้วยังต้องรอดินถมไหม และระดับน้ำท่วมเกี่ยวอย่างไร
ถ้าบ้านของคุณใช้เสาเข็มที่ยาวถึงชั้นดินแข็งเดิม น้ำหนักของบ้านจะไม่ได้วางบนดินถมเลย ตัวโครงสร้างบ้านจึงเริ่มงานได้โดยไม่ต้องรอดินถมนิ่ง เพราะเสาเข็มทะลุผ่านดินถมลงไปหาดินเดิมที่แน่นอยู่แล้ว นี่คือเหตุผลที่บ้านหลายหลังในโคราชเริ่มตอกเข็มได้ไม่กี่สัปดาห์หลังถมเสร็จ
แต่สิ่งที่ยังวางอยู่บนดินถมคือพื้นลานจอดรถ ทางเดินรอบบ้าน รั้ว ถนนเข้าบ้าน และพื้นชั้นล่างถ้าออกแบบเป็นพื้นวางบนดิน ส่วนเหล่านี้จะทรุดตามดินถม จนเห็นช่องว่างใต้พื้นบ้านหรือรั้วเอียงในปีถัดมา ทางแก้คือทำพื้นชั้นล่างเป็นพื้นวางบนคาน หรือยอมทำงานภายนอกทีหลังเมื่อดินนิ่งแล้ว
เรื่องระดับน้ำท่วมสำคัญไม่แพ้กัน หลายอำเภอในร้อยเอ็ดและพื้นที่ลุ่มรอบโคราชมีน้ำหลากตามฤดู ควรถามเพื่อนบ้านหรือ อบต. ว่าปีที่น้ำมากที่สุดขึ้นถึงระดับไหน แล้วถมให้พ้นระดับนั้นเผื่ออีกเล็กน้อย การถมสูงขึ้นอีกสามสิบเซนติเมตรตอนนี้ถูกกว่าการซ่อมบ้านที่น้ำเข้าทุกปีมาก ทีม OBILIS มักวัดระดับถนนหน้าแปลงและระดับน้ำท่วมในอดีตตั้งแต่ตอนออกแบบ เพื่อกำหนดความสูงถมและระดับพื้นบ้านให้เหมาะกับแต่ละแปลง
หากอยากประเมินงบเบื้องต้นก่อนคุยกับใคร ลองใช้เครื่องคำนวณราคาสร้างบ้านของเรา หรือติดต่อทีม OBILIS เพื่อนัดคุยรายละเอียดที่ดินของคุณ
คิดราคาถมที่ดินอย่างไร เหมาคันรถหรือคิดตามคิว
ผู้ขายดินในพื้นที่มักเสนอราคาเป็นคันรถ เช่น รถสิบล้อคันละเท่าไหร่ วิธีนี้เข้าใจง่ายแต่เทียบราคาได้ยาก เพราะรถแต่ละคันบรรทุกไม่เท่ากัน และไม่มีใครนับได้ว่าดินเต็มกระบะจริงหรือไม่ อีกวิธีคือคิดตามปริมาตรเป็นคิวหรือลูกบาศก์เมตร โดยวัดจากพื้นที่แปลงคูณความสูงที่ต้องการถม
สิ่งที่ต้องเผื่อเสมอคือดินถมจะยุบลงหลังบดอัดและหลังทิ้งไว้ ประมาณสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์โดยประมาณขึ้นกับชนิดดิน ถ้าอยากได้ระดับสุดท้ายสูงหนึ่งเมตร อาจต้องถมเกินกว่านั้นเล็กน้อยตั้งแต่แรก ราคาต่อคิวในแต่ละพื้นที่ต่างกันมากตามระยะทางจากบ่อดิน จึงควรขอราคาจากผู้ขายอย่างน้อยสองสามรายพร้อมระบุชนิดดินและวิธีบดอัดให้เหมือนกัน
ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือระบุในสัญญาถมดินให้ครบว่าดินชนิดใด ระดับสุดท้ายสูงเท่าไหร่เทียบกับหมุดอ้างอิง บดอัดเป็นชั้นหรือไม่ และรวมค่าเกลี่ยปรับระดับแล้วหรือยัง ค่าถมดินเป็นหนึ่งในงบซ่อนที่ใหญ่ที่สุดของการสร้างบ้านต่างจังหวัด และเป็นรายการที่ทำใหม่ไม่ได้ถ้าทำผิดตั้งแต่ต้น
บทความที่เกี่ยวข้อง: สร้างบ้านเขาใหญ่ ปากช่อง ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ลาดชันที่ต้องรู้ก่อน
คำถามที่พบบ่อย
ถมที่ดินเสร็จแล้วสร้างบ้านได้เลยไหมถ้ารีบ
ได้ถ้าบ้านใช้เสาเข็มถึงชั้นดินแข็งและพื้นชั้นล่างวางบนคาน เพราะน้ำหนักบ้านไม่ได้อยู่บนดินถม แต่งานพื้นรอบบ้าน รั้ว และถนนควรทำทีหลังเมื่อดินนิ่งแล้ว หรือยอมรับว่าอาจต้องซ่อมระดับในปีแรก
ถมที่ดินสูงแค่ไหนถึงจะพอ
ให้ดูจากระดับถนนหน้าแปลงและระดับน้ำท่วมสูงสุดในอดีตเป็นหลัก โดยทั่วไปถมให้พื้นดินสูงกว่าถนนเล็กน้อยและพ้นระดับน้ำท่วมที่เคยเกิด แล้วยกพื้นบ้านขึ้นอีกชั้นหนึ่ง การถมสูงเกินจำเป็นทำให้ค่าดินและเวลารอเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ประโยชน์
ดินถมที่มีเศษไม้หรือขยะปนมา ทำไมถึงเป็นปัญหา
เศษไม้และขยะจะเน่าและยุบตัวไปเองในไม่กี่ปี ทิ้งโพรงไว้ใต้ดิน พื้นหรือทางเดินที่วางอยู่ด้านบนจะทรุดเป็นหลุมเฉพาะจุด ซึ่งซ่อมยากกว่าการทรุดทั้งแปลง ควรปฏิเสธดินคันนั้นตั้งแต่ตอนรับที่หน้างาน
ข้อมูลสำคัญโดยสรุป
| ระยะเวลาทิ้งดินถม | ผ่านฤดูฝนอย่างน้อย 1 ฤดู ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี |
|---|---|
| ถมสูงเกิน 1.5 เมตรบนดินอ่อน | 1 ปีอาจยังไม่พอ |
| ความหนาแต่ละชั้นที่บดอัด | 30 ถึง 50 เซนติเมตร |
| ดินยุบหลังบดอัดและทิ้งไว้ | ประมาณ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ |
| หน้าดินชั้นบนสำหรับปลูกต้นไม้ | 30 เซนติเมตร |
| เริ่มตอกเข็มหลังถมเสร็จ | ไม่กี่สัปดาห์ ถ้าเสาเข็มถึงชั้นดินแข็ง |
คำถามที่พบบ่อย
ถมที่ดินเสร็จแล้วสร้างบ้านได้เลยไหมถ้ารีบ
ได้ถ้าบ้านใช้เสาเข็มถึงชั้นดินแข็งและพื้นชั้นล่างวางบนคาน เพราะน้ำหนักบ้านไม่ได้อยู่บนดินถม บ้านหลายหลังในโคราชจึงตอกเข็มได้ไม่กี่สัปดาห์หลังถมเสร็จ แต่งานพื้นรอบบ้าน รั้ว และถนนควรทำทีหลังเมื่อดินนิ่งแล้ว หรือยอมรับว่าอาจต้องซ่อมระดับในปีแรก
จะรู้ได้อย่างไรว่าดินถมนิ่งแล้ว
ตอกหลักไม้ไว้หลายจุดตั้งแต่ถมเสร็จ แล้ววัดระดับเทียบกับหมุดอ้างอิงนอกแปลงทุกเดือน ถ้าสองสามเดือนหลังสุดระดับแทบไม่ขยับ แปลว่าใกล้พร้อม ถ้ายังลดลงเรื่อย ๆ ก็รอต่อ วิธีนี้แทบไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ให้ข้อมูลดีกว่าการเดา
ถมที่ดินสูงแค่ไหนถึงจะพอ
ให้ดูจากระดับถนนหน้าแปลงและระดับน้ำท่วมสูงสุดในอดีตเป็นหลัก ถามเพื่อนบ้านหรือ อบต. ว่าปีที่น้ำมากที่สุดขึ้นถึงระดับไหน แล้วถมให้พ้นระดับนั้นเผื่ออีกเล็กน้อย และยกพื้นบ้านขึ้นอีกชั้นหนึ่ง การถมสูงเกินจำเป็นทำให้ค่าดินและเวลารอเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ประโยชน์
ควรใช้ดินถมแบบไหน ดินดาน ลูกรัง หรือดินถมทั่วไป
ถมชั้นล่างด้วยดินดานหรือดินเหนียวสะอาดเพราะบดอัดแล้วแน่นและยุบน้อย ชั้นบนสุด 30 เซนติเมตรใช้หน้าดินสำหรับปลูกต้นไม้ และใช้ลูกรังเฉพาะถนนกับลานจอดรถ ปฏิเสธดินคันที่มีเศษไม้หรือขยะปนตั้งแต่หน้างาน เพราะจะเน่าและเกิดโพรงในภายหลัง