เทพื้นบ้านเสร็จแล้ว ต้องบ่มคอนกรีตกี่วันก่อนเริ่มงานต่อ

การบ่มคอนกรีตคือการควบคุมไม่ให้น้ำในเนื้อคอนกรีตระเหยเร็วเกินไป เพื่อให้กำลังอัดพัฒนาเต็มที่ตามมาตรฐาน มยผ.1101 กรมโยธาธิการและผังเมือง โครงสร้างรับน้ำหนักอย่างเสาและคานควรบ่มต่อเนื่องอย่างน้อยประมาณ 7 วัน ส่วนพื้นกลางแจ้งอย่างถนนหรือลานจอดรถควรบ่มนานขึ้นเป็นประมาณ 14 วัน อากาศร้อนในโคราชและร้อยเอ็ดทำให้น้ำระเหยเร็วขึ้น จึงต้องรดน้ำหรือคลุมผิวถี่กว่าปกติ

  • บ่มคอนกรีตคือการรักษาความชื้นในเนื้อคอนกรีตเพื่อให้ปฏิกิริยาไฮเดรชั่นสมบูรณ์
  • เสาและคานควรบ่มต่อเนื่องอย่างน้อยประมาณ 7 วันตามมาตรฐาน มยผ.1101
  • พื้นกลางแจ้งอย่างถนนและลานจอดรถควรบ่มนานขึ้นเป็นประมาณ 14 วัน
  • อากาศร้อนในโคราชและร้อยเอ็ดทำให้ต้องรดน้ำหรือคลุมผิวถี่ขึ้นกว่าปกติ

อัปเดตล่าสุด 24 กันยายน 2026

บ่มคอนกรีตคืออะไร ทำไมพื้นเทเสร็จแล้วต้องรอ

บ่มคอนกรีตคือขั้นตอนควบคุมไม่ให้น้ำในเนื้อคอนกรีตระเหยออกเร็วเกินไปหลังเทเสร็จ เพื่อให้ปฏิกิริยาไฮเดรชั่นระหว่างซีเมนต์กับน้ำเกิดขึ้นต่อเนื่องจนคอนกรีตมีกำลังอัดตามที่ออกแบบไว้ ถ้าน้ำระเหยเร็วเกินไปคอนกรีตจะเซ็ตตัวไม่สมบูรณ์ ผิวจะแตกลายงาและกำลังรับน้ำหนักจะต่ำกว่าที่ควรเป็น

เจ้าของบ้านหลายคนเข้าใจว่าคอนกรีตแข็งแล้วคือใช้งานได้เลย แต่ความจริงคอนกรีตที่ดูแข็งภายนอกในวันแรกๆ ยังมีกำลังอัดเพียงเศษเสี้ยวของค่าที่ออกแบบไว้ ต้องรอให้ปฏิกิริยาไฮเดรชั่นดำเนินต่อไปอีกหลายวันกว่าจะรับน้ำหนักได้เต็มที่ นี่คือเหตุผลที่ต้องมีขั้นตอนบ่มแยกจากการรอให้ผิวแห้งเฉยๆ

ระยะเวลาบ่มไม่ใช่ตัวเลขเดียวใช้ได้กับทุกจุดของบ้าน มันขึ้นกับว่าองค์อาคารนั้นเป็นพื้น ฐานราก เสา หรือคาน และขึ้นกับสภาพอากาศหน้างานด้วย บทความนี้จะอธิบายตัวเลขโดยประมาณตามมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงกันในงานก่อสร้างบ้านทั่วไป

บ่มคอนกรีตกี่วันก่อนถอดแบบ ตามมาตรฐานกรมโยธาธิการ

มาตรฐาน มยผ.1101 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ระบุระยะเวลาถอดไม้แบบแยกตามตำแหน่งโครงสร้าง ไม่ใช่ตัวเลขเดียวทั้งหลัง แบบข้างคาน ข้างกำแพง และข้างฐานราก ถอดได้เร็วสุดที่ประมาณ 2 วัน เพราะเป็นแบบที่ไม่ได้รับน้ำหนักโดยตรง (อ้างอิงจากมาตรฐาน มยผ.1101 กรมโยธาธิการและผังเมือง)

แบบข้างเสาถอดได้ที่ประมาณ 2 วันเช่นกัน ส่วนแบบท้องพื้นและท้องคานซึ่งรับน้ำหนักโครงสร้างโดยตรงต้องรอนานกว่านั้นมาก คือประมาณ 14 วันก่อนถอด และหลังถอดแล้วยังต้องค้ำยันต่ออีกประมาณ 14 วันเพื่อให้คอนกรีตพัฒนากำลังอัดจนรับน้ำหนักได้เต็มที่ (อ้างอิงจากมาตรฐาน มยผ.1101 กรมโยธาธิการและผังเมือง)

ถ้าใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็วแทนปูนธรรมดา มาตรฐานอนุญาตให้ถอดแบบได้ทั้งหมดเร็วขึ้นเมื่อคอนกรีตมีอายุครบประมาณ 7 วัน แต่นั่นคือข้อยกเว้นเฉพาะกรณีเลือกใช้ปูนชนิดนั้นตั้งแต่แรก ไม่ใช่ข้ออ้างให้เร่งถอดแบบปูนธรรมดาให้เร็วขึ้นตามใจช่าง (อ้างอิงจากมาตรฐาน มยผ.1101 กรมโยธาธิการและผังเมือง)

บ่มคอนกรีตพื้น ฐานราก เสา คาน ใช้เวลาต่างกันอย่างไร

การถอดแบบกับการบ่มคอนกรีตเป็นคนละขั้นตอนกัน ถอดแบบได้ไม่ได้แปลว่าบ่มเสร็จแล้ว โครงสร้างที่รับน้ำหนักโดยตรงอย่างเสาและคานต้องบ่มต่อเนื่องอย่างน้อยประมาณ 7 วันนับจากวันเท แม้จะถอดไม้แบบข้างไปก่อนหน้านั้นแล้วก็ตาม (อ้างอิงจากมาตรฐาน มยผ.1101 กรมโยธาธิการและผังเมือง)

ส่วนพื้นที่ต้องรับน้ำหนักกลางแจ้งอย่างถนนในโครงการหรือลานจอดรถคอนกรีต ผู้รับเหมาที่ทำงานละเอียดมักบ่มนานกว่าขั้นต่ำ โดยประมาณ 10 ถึง 14 วัน เพราะพื้นผิวเหล่านี้สัมผัสแดดลมโดยตรงและต้องรับน้ำหนักล้อรถหลังใช้งานจริง ฐานรากแม้จะอยู่ใต้ดินและไม่โดนแดดโดยตรง แต่ก็ต้องบ่มให้ครบตามกำหนดก่อนเริ่มก่อผนังหรือตั้งเสาต่อ เพราะฐานรากคือจุดที่รับน้ำหนักทั้งหลังถ่ายลงเสาเข็ม

ในภาพรวม งานคอนกรีตโครงสร้างบ้านทั่วไปควรบ่มอย่างน้อยประมาณ 7 วัน และดีที่สุดคือบ่มต่อเนื่องจนถึงประมาณ 28 วันซึ่งเป็นอายุที่คอนกรีตพัฒนากำลังอัดใกล้เคียงค่าที่ออกแบบไว้เกือบเต็มที่ ตามหลักวิศวกรรมคอนกรีตทั่วไป กำลังอัดจะพัฒนาไปแล้วประมาณ 70-75% ของค่าที่อายุ 28 วัน เมื่อคอนกรีตมีอายุครบ 7 วัน (อ้างอิงจากหลักเกณฑ์ ACI ที่ใช้อ้างอิงกันทั่วไปในวงการวิศวกรรมโครงสร้าง)

ปัจจัยที่ทำให้ต้องบ่มนานขึ้นหรือสั้นลง

อุณหภูมิ ความชื้น และความเร็วลมหน้างาน มีผลโดยตรงต่ออัตราการระเหยของน้ำในเนื้อคอนกรีต อากาศร้อนจัด ความชื้นต่ำ และลมแรง จะเร่งให้น้ำระเหยออกจากผิวคอนกรีตเร็วกว่าปกติ ถ้าน้ำระเหยเร็วเกินไปก่อนปฏิกิริยาไฮเดรชั่นเสร็จ ผิวคอนกรีตจะแตกลายงาแบบที่เรียกกันว่ารอยร้าวจากการหดตัวพลาสติก

อากาศร้อนในโคราช ร้อยเอ็ด และพื้นที่อีสานส่วนใหญ่ในช่วงหน้าแล้งเป็นปัจจัยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอุณหภูมิกลางวันที่สูงกว่าพื้นที่อื่นทำให้ผิวคอนกรีตแห้งเร็วกว่าที่ตำราทั่วไปประเมินไว้ หน้างานที่เทพื้นช่วงบ่ายแดดจัดจึงต้องรดน้ำถี่ขึ้นหรือคลุมผิวทันทีหลังเทเสร็จ ไม่ใช่รอให้ผิวแข็งก่อนแล้วค่อยเริ่มบ่ม

ชนิดของปูนซีเมนต์ก็มีผลเช่นกัน ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดาพัฒนากำลังอัดช้ากว่าปูนชนิดแข็งตัวเร็ว จึงต้องบ่มนานกว่า ส่วนพื้นที่เขาใหญ่และปากช่องที่อากาศเย็นกว่าและมีความชื้นสูงกว่าในบางช่วง อัตราการระเหยของน้ำจะช้าลง แต่ก็ยังต้องบ่มให้ครบตามกำหนดเช่นเดิม ไม่ใช่ลดระยะเวลาลงเพราะอากาศเย็น

หน้างานจริงที่ทำให้พื้นร้าวเพราะรอบ่มไม่พอ

สถานการณ์ที่พบบ่อยคือเจ้าของบ้านเร่งให้ช่างเดินงานต่อทันทีหลังเทพื้นเสร็จ เพราะกลัวงานล่าช้าตามแผนที่วางไว้ ทั้งที่พื้นเพิ่งเทมาแค่ 2-3 วันและยังไม่ผ่านช่วงบ่มขั้นต่ำ ผลคือพื้นเกิดรอยร้าวเป็นเส้นบางๆ ตามแนวที่รับแรงกดจากการเดินเครื่องมือหรือวางวัสดุ

อีกกรณีที่เจอบ่อยในหน้างานต่างจังหวัดคือรถขนวัสดุก่อสร้างวิ่งขึ้นไปบนพื้นคอนกรีตที่เพิ่งเทเสร็จเร็วเกินไป เพราะเป็นทางเข้าออกเดียวของพื้นที่ น้ำหนักรถกดลงบนคอนกรีตที่ยังไม่พัฒนากำลังอัดเต็มที่ ทำให้ผิวบุบเป็นรอยล้อหรือร้าวลึกจนต้องทุบแก้ทั้งแผ่น

ความเสียหายแบบนี้แก้ทีหลังยากกว่าและแพงกว่าการรอบ่มให้ครบตั้งแต่แรกมาก เพราะการซ่อมพื้นร้าวไม่ใช่แค่ฉาบปิดผิว แต่ต้องประเมินว่าโครงสร้างเสียกำลังรับน้ำหนักไปมากแค่ไหนด้วย ผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์จะกันพื้นที่เพิ่งเทไว้ชัดเจนและไม่ให้ใครเดินหรือขับรถผ่านจนกว่าจะครบกำหนด

วางแผนงานต่อยังไงไม่ให้เสียเวลาแต่ไม่เสี่ยงพื้นร้าว

วิธีที่ใช้ได้จริงคือวางแผนลำดับงานล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต ไม่ใช่มาคิดทีหลังว่าจะรอกี่วัน ถ้ารู้อยู่แล้วว่าพื้นต้องบ่มอย่างน้อยประมาณ 7 วัน ก็ควรจัดคิวงานส่วนอื่นที่ไม่เหยียบพื้นนั้นมาทำคู่ขนานไปก่อน เช่น งานระบบไฟหรืองานผนังชั้นที่ไม่ต้องรับน้ำหนักจากพื้นที่เพิ่งเท

การทำตารางงานแบบนี้ทำให้ไม่ต้องเร่งบ่มเพื่อรักษาไทม์ไลน์ และไม่ต้องเสี่ยงให้โครงสร้างเสียหายจนต้องเสียเวลาซ่อมนานกว่าเดิมหลายเท่า ทีมงานที่ OBILIS ใช้แนวทางนี้กับทุกไซต์ในโคราช เขาใหญ่ ปากช่อง และร้อยเอ็ด คือกำหนดวันบ่มไว้ในผังงานตั้งแต่ต้น ไม่ปล่อยให้เป็นดุลพินิจหน้างาน

ถ้าอยากเห็นตัวเลขของบ้านหลังที่คุณวางแผนไว้จริง ๆ ลองคำนวณราคาบ้านเบื้องต้นดูก่อนได้ หรือติดต่อทีมงานเพื่อขอประเมินจากแบบบ้านและที่ดินจริงของคุณ

เจ้าของบ้านสามารถขอดูผังลำดับงานที่ระบุวันเทคอนกรีตและวันบ่มของแต่ละจุดได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพื่อเช็กว่าแผนงานเผื่อเวลาบ่มไว้จริงหรือเป็นแค่ตัวเลขเหมารวม ถ้าผู้รับเหมาตอบคำถามเรื่องนี้ไม่ชัดเจน นั่นคือสัญญาณที่ควรถามให้ละเอียดก่อนเซ็นสัญญา

บทความที่เกี่ยวข้อง: ทดสอบดินก่อนตอกเสาเข็ม (Soil Boring Test) จำเป็นแค่ไหน

คำถามที่พบบ่อย

บ่มคอนกรีตพื้นบ้านกี่วันถึงเริ่มก่อผนังต่อได้

โดยทั่วไปควรรอให้พื้นบ่มครบอย่างน้อยประมาณ 7 วันก่อนเริ่มงานก่อผนังหรือวางวัสดุหนักบนพื้นนั้น (อ้างอิงจากมาตรฐาน มยผ.1101 กรมโยธาธิการและผังเมือง) แต่ถ้าอากาศร้อนจัดแบบหน้าแล้งในโคราชหรือร้อยเอ็ด ควรเผื่อเวลาบ่มให้นานกว่าค่าต่ำสุดเล็กน้อยเพื่อความปลอดภัย

ถอดไม้แบบแล้วแปลว่าคอนกรีตบ่มเสร็จแล้วใช่ไหม

ไม่ใช่ การถอดแบบกับการบ่มคอนกรีตเป็นคนละเรื่องกัน แบบข้างที่ไม่รับน้ำหนักถอดได้เร็วสุดประมาณ 2-3 วัน แต่คอนกรีตยังต้องบ่มต่อเนื่องจนครบตามกำหนดของแต่ละองค์อาคารก่อนจึงจะรับน้ำหนักเพิ่มได้เต็มที่ (อ้างอิงจากมาตรฐาน มยผ.1101 กรมโยธาธิการและผังเมือง)

ถ้าอากาศเย็นและชื้นช่วยให้บ่มคอนกรีตเร็วขึ้นไหม

อากาศเย็นและความชื้นสูงอย่างในเขาใหญ่หรือปากช่องบางฤดูช่วยลดอัตราการระเหยของน้ำ ทำให้คอนกรีตไม่แห้งเร็วเกินไป แต่ไม่ได้แปลว่าย่นระยะเวลาบ่มให้สั้นลงได้ ยังต้องบ่มให้ครบตามระยะเวลาขั้นต่ำเท่าเดิมเพื่อให้ปฏิกิริยาไฮเดรชั่นสมบูรณ์

ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

ระยะเวลาบ่มขั้นต่ำสำหรับเสาและคานประมาณ 7 วัน
ระยะเวลาบ่มสำหรับถนนและลานจอดรถคอนกรีตโดยทั่วไปบ่มนานกว่าขั้นต่ำ ประมาณ 10 ถึง 14 วัน
ระยะเวลาถอดแบบข้างคาน ข้างกำแพง ข้างฐานรากประมาณ 2 วัน
ระยะเวลาถอดแบบข้างเสาประมาณ 2 วัน
ระยะเวลาถอดแบบท้องพื้น-ท้องคาน และค้ำยันต่อประมาณ 14 วัน บวกค้ำยันต่ออีกประมาณ 14 วัน
อายุคอนกรีตที่ถอดแบบได้ทั้งหมดเมื่อใช้ปูนแข็งตัวเร็วประมาณ 7 วัน

คำถามที่พบบ่อย

บ่มคอนกรีตฐานรากต้องรอกี่วันก่อนตั้งเสา

ฐานรากควรบ่มให้ครบตามมาตรฐานก่อนตั้งเสาต่อ โดยทั่วไปอย่างน้อยประมาณ 7 วัน เพราะฐานรากรับน้ำหนักทั้งหลังถ่ายลงเสาเข็ม

ทำไมต้องรดน้ำคอนกรีตหลังเทเสร็จ

เพื่อชดเชยน้ำที่ระเหยออกจากผิวคอนกรีต ทำให้ปฏิกิริยาไฮเดรชั่นของซีเมนต์ดำเนินต่อจนคอนกรีตพัฒนากำลังอัดได้เต็มที่

ปูนซีเมนต์แข็งตัวเร็วบ่มสั้นกว่าปูนธรรมดาไหม

ใช่ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็วสามารถถอดแบบได้ทั้งหมดเมื่อคอนกรีตอายุครบประมาณ 7 วัน เร็วกว่าปูนธรรมดาตามมาตรฐาน มยผ.1101

เทพื้นคอนกรีตหน้าฝนต้องบ่มนานขึ้นไหม

ไม่จำเป็นต้องนานขึ้น เพราะความชื้นสูงช่วยลดการระเหยของน้ำ แต่ยังต้องบ่มให้ครบระยะเวลาขั้นต่ำตามมาตรฐานเช่นเดิม